Skip to content

แชร์ประสบการณ์ร่วมงานสีดำในประเทศจีน เป็นอย่างไรกัน?

เป็นความสงสัยส่วนตัวของผมมานานเรื่องการจัดงานศพที่ประเทศจีน ไม่ทราบว่าเขาจัดกันแบบไหน เหมือนที่ไทยหรือเปล่า จะเหมือนงานศพของคนไทยเชื้อสายจีนที่เมืองไทยหรือไม่ คำถามนี้ก็ไม่มีคำตอบ จนคุณย่า (จีนกลางเรียก หน่ายนาย 奶奶) ของแฟนของผมที่เป็นคนจีน ท่านจากพวกเราไปด้วยวัย 96 ปี ผมจึงได้ร่วมงานศพของท่านเพื่อเป็นการอำลาครั้งสุดท้าย

ทำไมถึงเขียนเรื่องนี้

ตัวผมเองคิดหนักอยู่เหมือนกันว่าจะเขียนโพสต์นี้ดีหรือไม่ ตอนแรกว่าจะทำเป็นคลิปวิดีโอลงที่ช่องทางติ๊กต็อกและยูทูป แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกความคิดไป เนื่องจาก ไม่อยากเอาเรื่องที่เป็นเรื่องที่เศร้าไปลงในช่อง ก็เลยเก็บรูปภาพภายในงาน มาบอกเล่าให้กับทุกท่านที่อาจจะสงสัยในเรื่องนี้ผ่านทางบล็อกของผมแทน

ต้องขอบอกก่อนว่าในโพสต์นี้ไม่มีภาพที่ดูน่ากลัว แต่จะเป็นภาพพิธีต่างๆในงานเท่านั้น วางใจได้ แต่ถ้าใครเข้ามาอ่านแล้วรู้สึกว่าเศร้าหรือไม่สบายใจ ก็แนะนำให้ข้ามโพสต์นี้ไปได้เลย อนึ่งภาพถ่ายภายในงานนั้น ผมได้ขออนุญาตจากเจ้าของงานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คือพ่อตาแม่ยายผมในอนาคต นั่นก็เพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูลวัฒนธรรมประเพณีจีนและเพื่อรำลึกถึงคุณย่าของแฟนผม 

จุดธูปและเผากระดาษในงานสีดำ

เนื่องจากบล็อกของผมไม่ได้เขียนเรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการใช้ชีวิตในประเทศจีนด้วย อนึ่งเรื่องงานศพในประเทศจีน ผมเห็นข้อมูลในภาษาไทยยังไม่ค่อยเยอะมาก เลยอยากนำประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานด้วยตัวเองมาเพิ่มเติม แบ่งปันกับผู้อ่านให้ได้เห็นเกี่ยวกับการจัดงานศพที่จีน แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าตัวผมเองไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิธีนี้ เพียงแค่เอาสิ่งที่ได้เห็น มาแชร์กันนะครับ

*หมายเหตุ: เนื่องด้วยประเทศจีนนั้นมีขนาดใหญ่มาก แต่ละพื้นที่อาจจะมีพิธีศพที่แตกต่างกัน เนื่องจากความเชื่อ วัฒนธรรม ศาสนา งานพิธีศพที่ผมเขียนเล่านี้ เป็นงานที่จัดในเมืองหนึ่งของมณฑลหูหนาน ซึ่งเป็นมณฑลหนึ่งทางตอนใต้ของประเทศจีน ไม่สามารถอ้างอิงถึงพิธีศพของพื้นที่อื่นๆได้

สถานที่จัดงาน

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมมาถึงสถานที่จัดงานศพ หลังจากที่เขาเอาร่างคุณย่าของเราลงสู่โลงศพที่เป็นโลงไม้แบบจีนเรียบร้อยแล้ว ผมจึงไม่ได้เห็นในส่วนนี้

สถานที่จัดงานศพ

สำหรับสถานที่จัดงานนั้นที่ประเทศจีนนั้นถ้าเป็นบ้านที่อยู่ตามชนบท/ชานเมืองก็จะมักจัดงานศพไว้ที่ชั้นล่างของบ้านเพราะอาจจะเป็นบ้านเดี่ยวหรืออาคารในลักษณะอาคารพาณิชย์ แต่ในปัจจุบันนั้นเนื่องด้วยความเป็นอยู่ในสังคมเมืองของคนจีนในประเทศจีน ที่มักจะอาศัยกันในตึกสูงหรือที่คนไทยเราเรียกกันว่าคอนโด (คนจีนจะเรียกว่าบ้าน) ทำให้การจัดงานศพที่ชั้นล่างไม่มีความสะดวกและอาจไม่ดีต่อสภาพแวดล้อม เขาจึงมีสถานที่โดยเฉพาะสำหรับจัดงานศพ ซึ่งเท่าที่ผมเข้าใจคือจะไม่อิงกับศาสนาใดศาสนาหนึ่ง

บรรยากาศหน้าศาลาจะมีระบุว่าเป็นงานของใคร

สถานที่จัดงานศพนั้นจะมีอาคารหนึ่งชั้นที่แบ่งออกเป็นหลายๆส่วน ซึ่งผมจะเรียกว่าศาลาในภาษาไทยก็คงไม่ผิดนัก เพราะแต่ละส่วนก็จะรองรับงานศพโดยตรงส่วนนี้จะมีหลายศาลา แล้วก็จะมีสถานที่รับประทานอาหารขนาดใหญ่ที่เอาไว้สำหรับให้เจ้าภาพเลี้ยงอาหารแขกผู้มาร่วมงานในแต่ละวัน ซึ่งจะเป็นการเลี้ยงอาหารในช่วงมื้อเที่ยงและมื้อค่ำของวัน มีลานจอดรถขนาดใหญ่ให้กับผู้มาร่วมงาน

เลี้ยงอาหารบรรดาแขกผู้มาร่วมงาน

คนจีนก่อนที่จะนำร่างของผู้เสียชีวิตไปฝังนั้นก็จะนำร่างมาใส่ในโลง เพื่อทำพิธีในสถานที่จัดงานแห่งนี้ 5-7 วัน และให้เพื่อนๆญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตได้เข้ามาพบปะและรำลึกถึง บอกลาเป็นครั้งสุดท้าย

ภายในงาน

บรรยากาศภายในงานนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าของผู้มาเข้าร่วม เคล้าไปกับดนตรีที่เปิดในงานตลอดทั้งวันทั้งคืน ซึ่งคนจีนจะรู้ว่าดนตรีนี้คือดนตรีที่เปิดในงานศพ (ส่วนตัวคิดว่าดนตรีนั้นเศร้าไม่สู้กับดนตรีในงานของไทยเท่าไหร่)

สถานที่วางโลงศพของคุณย่า

ร่างของคุณย่าอยู่ในโลงไม้ที่ถูกสวมทับไปอีกชั้นด้วยโลงที่มีการติดเครื่องปรับอากาศ เพื่อเป็นการควบคุมอุณหภูมิ ภายหน้ามีการประดับด้วยต้นไม้ และมีการวางรูปของคุณย่าเอาไว้ด้านหน้าและด้านหลัง (ขออนุญาตเซ็นเซอร์รูปคุณย่าของเรา)

พวงหรีดงานศพที่ประเทศจีน

ทางด้านข้างก็จะมีพวงหรีดจำนวนมาก(ภาษาจีนเรียกว่า 花圈) ที่ผู้มาร่วมงานนั้นจะซื้อมาให้

อักษรจีน 奠 จะเห็นได้บ่อยในงานศพจีน

ในงานศพของจีนนั้นจะมีตัวอักษรจีนตัวหนึ่ง ซึ่งก็คือ 奠 (อ่านออกเสียงว่า เตี้ยน) ที่หมายถึงการเซ่นไหว้ผู้เสียชีวิต เป็นตัวอักษรที่เห็นได้ทุกๆที่จริงๆในสถานที่จัดงานศพ

เคารพผู้ล่วงลับ

เมื่อผมเข้ามาร่วมงานในวันแรกนั้น จำเป็นต้องเข้ามาเคารพร่างของคุณย่าเสียก่อน บรรยากาศภายในศาลานั้นมีกลิ่นตลบอบอวนไปด้วยกลิ่นการเผากระดาษและกลิ่นธูป

การเคารพร่างของคุณย่าจะต้องคุกเข่าบนเบาะสีขาวที่อยู่ข้างหน้า นำมือมาประสานกันแล้วโค้งคำนับคุณย่า จากนั้นก็จุดกระดาษเพื่อนำมาเผาในกระทะขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าเบาะ

ผู้เข้าร่วมงานจะต้องมาเคารพศพและจะมีญาติของผู้เสียชีวิตมาคุกเข่าคำนับอยู่ข้างๆ

ถ้าเป็นแขกที่เป็นคนนอกครอบครัวมาเคารพร่าง ก็จะต้องมีลูกหลานของผู้เสียชีวิต คำนับอยู่บนเบาะที่อยู่ทางด้านซ้าย อาจจะเป็นเพราะเพื่อเป็นมารยาท ทำความเคารพแขกผู้ที่มาเยี่ยมเยียนร่วมงาน ซึ่งก็จะมีแขกที่มาร่วมงานที่สนิทกันกับคุณย่าบางท่านร้องไห้ด้วยความเศร้า ก็พลอยทำให้เรานั้นโศกเศร้ายิ่งขึ้นไปอีก

ใส่ซองและของชำร่วย

ผู้ที่มาร่วมงานหรือผู้ที่รู้จักกับครอบครัวแต่ไม่ได้มาร่วมงานจะมีการใส่ซองงานศพ (ภาษาจีนเรียกซองงานศพว่า โป๋จิน 帛金 ) โดยจะมีการใส่ตั้งแต่ 300 หยวน 500 หยวน และ 1000 หยวน (เงินบาทให้คูณ 5 ไปนะครับ)

การนับเงินใส่ซองของแขกที่มางานและมีการจดบันทึกไว้

และแขกยังมีการนำพวงหรีดมามอบให้ โดยจะติดชื่อผู้มอบเอาไว้ด้านหน้า พวงหรีดเหล่านี้จะมีหน้าตาที่ไม่เหมือนของไทยเท่าไหร่

ร้านขายของที่ใช้ในงานศพจีน

ซึ่งพวงหรีดจะมีขายอยู่ตามร้านที่ขายของสำหรับงานสีดำโดยเฉพาะ ร้านเหล่านี้จะมีอยู่รอบๆ สถานที่จัดงานศพ หลายร้านมาก ราคาของพวงหรีดจะอยู่ที่ 40 หยวน (~ 200 บาท) และยังมีพวงหรีดแบบมีฐานตั้ง ซึ่งผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาเรียกพวงหรีดแบบนั้นว่าอะไร

และแขกที่มารวมงานนั้นจะได้รับของชำร่วยที่เจ้าภาพได้เตรียมคือผ้าขนหนู บุหรี่ และชามกลับไป โดยพวกเราได้จัดเตรียมใส่ถุงเอาไว้เป็นชุดๆ

การผูกผ้าสีขาว

คนในครอบครัวของผู้ล่วงลับจำเป็นที่จะต้องผูกผ้าดิบสีขาว ส่วนเหลนของคุณย่าจะใช้เป็นผ้าสีแดงแทนสีขาว

ญาติๆของผู้ล่วงลับจะผูกผ้าขาวไว้ที่เอว

โดยมีทั้งการผูกผ้าแบบนี้เอาไว้บริเวณรอบเอว และเมื่อมีพิธีกรรมก็จะนำมาสวมไว้บนหัวของเรา ซึ่งผมได้ยินว่าการใช้ผ้าดิบสีขาวในงานแบบนี้ของจีนนั้นมีมานานกว่า 1000 ปีแล้วนะครับ

พิธีต่างๆ

ในวันต่างๆก็จะมีพิธีกรรมที่แตกต่างกันไป โดยจะมีคนที่เรียกว่า 法师 เป็นผู้นำพิธี สำหรับ 法师 นั้น ถ้าแปลตรงๆก็แปลว่า พ่อมด ผมไม่แน่ใจว่าในภาษาไทยจะแปลยังไงให้เหมาะสม เรียกว่า หมอผี ก็ไม่แน่ใจว่าจะถูกต้องหรือเหมาะสมรึไม่นะครับ

พิธีกรรมในงานศพที่จีน โดยมีผู้นำพิธีอยู่หน้าสุด

เขาคนนี้จะไม่ได้เป็นคนของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่จะเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามความเชื่อของจีนที่สืบต่อกันมา เขาให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นนักบวชที่มานำพิธีกรรมต่างๆนี้

พิธีกรรมในแต่ละวันนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไป วันแรกๆนั้นจะเป็นพิธีกรรมที่สั้นๆและไม่มีอะไรมาก

แต่วันท้ายๆจะมีพิธีกรรมที่ค่อนข้างเยอะและนานมากขึ้น อย่างให้แขกผู้เข้าร่วมที่เป็นคนนอกครอบครัว มาเคารพคุณย่าทีละคน แล้วเราก็ต้องคุกเข่ารอต้อนรับ

แขกผู้มาร่วมงานคุกเข่าเคารพคุณย่า

โดยระหว่างที่แขกแต่ละคนเข้ามาเคารพนั้น เราจำเป็นต้องคุกเข่าอยู่กับพื้น และผู้นำพิธีจะทำการสวดบทสวดเป็นภาษาถิ่นต่างๆยาวๆ ซึ่งผมฟังไม่ออกและไม่ทราบความหมาย

เพราะมันเป็นภาษาถิ่นของแถบนี้ ซึ่งก็เพื่อให้ดวงวิญญาณของคุณย่าได้ไปสู่สุขคติ

วงดนตรีบรรเลงกลอง แตร ฉาบในงานศพที่จีน

มีวงดนตรีที่มีเครื่องดนตรีอย่างแตร กลองและฆ้องคอยบรรเลงเสียงดังอยู่ในระหว่างนั้น

แต่สำหรับพีธีการต่างๆ ผมไม่สามารถเขียนได้อย่างละเอียด เพราะผมไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งผมเขียนจากคร่าวๆจากที่ผมได้สัมผัสนะครับ

วันสุดท้าย…พาย่าขึ้นเขา

ในวันสุดท้ายนั้นเราจำเป็นต้องตื่นแต่เช้ามืดและต้องมาให้ถึงบริเวณสถานที่จัดงานตอนตี 5 โดยเขาจะดูฤกษ์เวลาที่จะนำโลงศพที่ใส่ร่างของคุณย่าของพวกเราขึ้นรถตู้คันใหญ่ของทางสถานที่จัดงานศพ และจากนั้นมีการเตรียมรถในขบวน โดยก็คือรถญาติๆนี่แหละ ซึ่งจะมีการติดดอกไม้สีขาวเอาไว้ที่หน้ารถ

ติดดอกไม้ขาวหน้ารถสำหรับขบวนแห่ร่างคุณย่าขึ้นเขาเพื่อนำฝัง

เมื่อถึงเวลาก็จะมีผู้ชายจำนวนหลายคน มาแบกโลงศพขึ้นรถ (น่าจะจ้างมา) โดยเราในฐานะญาติก็จะต้องคุกเข่าอยู่ด้านข้างๆ เมื่อนำโลงศพของย่าขึ้นรถแล้ว เราก็จะไปกินอาหารเช้ากัน

พอถึงเวลาตามฤกษ์แล้ว ขบวนแห่ก็จะออกเดินทางจากสถานที่จัดงานศพไปยังภูเขาที่อยู่ในชนบท ซึ่งเป็นบ้านเก่าของคุณย่า โดยในระหว่างทางก็จะมีการจุดปะทัด และมีการจ้างวงดุริยางค์มาเล่นดนตรีบนรถด้วย

นำโลงมาวางบนแคร่เพื่อแห่ขึ้นเขา

ภูเขาที่เราพาคุณย่าขึ้นไปนี้นั้นมีฮวงซุ้ยของคุณปู่ที่ถูกฝังเอาไว้ก่อนนานแล้ว โดยเราจะต้องนำคุณย่าขึ้นไปฝังข้างๆคุณปู่ โดยภูเขาลูกนี้เป็นที่ดินของรัฐบาลก็จริง แต่ชาวบ้านที่เป็นคนในพื้นที่ชนบทนั้นถือกรรมสิทธิ์อยู่ การที่เราจะนำคุณย่าขึ้นไปฝังได้ จะต้องไปติดต่อซื้อสิทธิในการฝังจากเขา แม้ว่าสมัยก่อนจะซื้อสิทธิฝังคุณปู่แล้วก็ตาม

เมื่อถึงภูเขาลูกนั้นแล้ว บรรดาผู้ชายที่จ้างมาก็จะนำโลงศพขึ้นไปวางบนแคร่ แล้วแบกขึ้นไป ซึ่งดูแล้วน่าจะหนักมากๆ บวกกับต้องปีนขึ้นเขาก็น่าจะเหนื่อยน่าดู

แห่โลงรอบญาติผู้ล่วงลับ 3 รอบก่อนนำไปฝัง

ระหว่างนั้นเขาก็จะมีการให้ญาติๆเดินนำ โดยมีลูกชายของย่าคนโต (ว่าที่พ่อตาผม) ก็จะถือข้อความอะไรสักอย่าง และหลายชายคนโต (ลูกพี่ลูกน้องของแฟนผม) ก็จะถือรูปคุณย่า และก็จะมีพิธีกรรมเมื่อปีนไปได้ครึ่งทางก็จะนำโลงของคุณย่า มาแห่รอบบรรดาญาติพี่น้อง 3 รอบ แล้วนำคุณย่าขึ้นสู่ยอดเขา

โดยหลุมนั้นถูกขุดเอาไว้แล้วโดยรถแม็คโคร เราก็จะเอาผ้าดิบสีขาวที่สวมไว้บนหัว แกะปมออกให้หมดแล้ว นำมาเผาในหลุมนั้น จากนั้นก็นำโลงของคุณย่าลงสู่หลุมฝังศพ และอาจจะมีพิธีอีกเล็กน้อยที่ผมไม่ได้อยู่ชมต่อ เพราะทางนั้นเขาให้ทุกคนกลับ เว้นแต่ลูกชายคนโตของคุณย่าและคนที่ทำพิธี

สรุป

แล้วนี่ก็เป็นเรื่องของการจัดงานศพในประเทศจีนที่อยู่ในมณฑลหูหนาน ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่มณฑลอื่นๆมีการจัดในลักษณะแบบนี้หรือไม่ ถ้าใครทราบหรือเคยได้เข้าร่วมก็แชร์กันมาได้นะครับ

สถานที่ฝังร่างของคุณย่าบนภูเขา

สุดท้ายขอใช้โพสต์นี้เป็นที่สำหรับระลึกถึงคุณย่าของพวกเราที่จากไป ขอให้ท่านไปสู่สรวงสวรรค์ครับ

แสดงความคิดเห็น
Published inวัฒนธรรม
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว