แม้ว่าเมืองเซี่ยงไฮ้จะเป็นเมืองที่มีความเป็นนานาชาติ มีความเจริญ และมีชาวยุโรปนั้นเข้ามาอาศัยอยู่มากมายตั้งแต่ในอดีต แต่ในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 2 (7 กรกฎาคม ค.ศ. 1937 – 2 กันยายน ค.ศ. 1945) มันก็ถูกจักรวรรดิญี่ปุ่นบุกมารุกรานอย่างหนักหน่วงและไม่ปราณี ในโพสต์นี้ผม เอกอินไชน่าจะพาผู้อ่านทุกท่านมาเยี่ยมชม สถานที่ทางประวัติศาสตร์ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่เก็บบันทึกเรื่องราวในอดีตของสงครามนั้น และทำให้เห็นถึงวีรกรรมที่แสดงถึงความกล้าของเหล่าทหารจีนในสมัยก่อน
ย้อนเรื่องราวในอดีต
ในช่วงที่ 3 ของยุทธการที่เซี่ยงไฮ้ (27 ตุลาคม ค.ศ. 1937 – 26 พฤศจิกายน ค.ศ. 1937) ทหารของจักรวรรดิญี่ปุ่นได้บุกรุกรานเซี่ยงไฮ้ราบไปทั้งเมือง โดยทหารจีนสังกัดสาธารณรัฐจีนได้ทำการป้องกันเมือง แต่ก็พ่ายต่อทหารของฝั่งตรงข้ามจนได้ถอยร่นมายังในส่วนที่ตั้งแผ่นดินผืนสุดท้ายของจีนในเมืองเซี่ยงไฮ้นั้นก็คือที่โกดังซื่อหาง (ชื่อที่นิยมเรียกในเมืองไทยคือ โกดังสี่ห้าง) แห่งนี้นั่นเองครับ และในฝั่งตรงข้ามแม่น้ำซูโจวก็คือเขตสัปทานของชาติตะวันตกในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่จักรวรรดิญี่ปุ่นนั้นยังไม่ทำการบุกข้ามไป ณ ที่นั่นมีทั้งชาวยุโรป และประชาชนชาวจีนที่หลบหนีเพื่อความปลอดภัยไปอาศัยอยู่ที่ฝั่งนั้น

(Source: taken from inside the Sihang Warehouse Museum)
ซึ่งนายพลเซี่ย จิ้นหยวน (谢晋元) ถูกบัญชาการให้นำทัพของสาธารณรัฐจีน กองพลที่ 88 โดยมีทหารจีนจำนวน 452 นาย เพื่อปกป้องโกดังต่อการบุกโจมตีของทหารจักวรรดิญี่ปุ่นจากกองพลที่ 3 ซึ่งมีทหารญี่ปุ่นกว่า 20,000 นาย ที่นำโดย นายพลอิวาเนะ มัตสึอิ (松井 石根)

(Source: taken from inside the Sihang Warehouse Museum)
เหตุผลที่จำเป็นต้องป้องกันโกดังนี้นั่นก็เพราะผู้นำจีนในขณะนั้น ซึ่งก็คือเจียง ไคเชก (蔣中正) ต้องการให้ผู้นำชาติตะวันตกในการประชุมสนธิสัญญาเก้าชาติ (Nine Power Treaty Conference) ที่กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมได้เห็น และหวังจะให้มีการแทรกแซงนั่นเองครับ
การต่อสู้ป้องกันโกดังนั้นดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ.1937 ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1937 โดยในระหว่างนั้นก็มีเหตุการณ์ต่างๆที่สำคัญเกิดขึ้นมากมาย ตัวอย่างเช่น การกระโดดพลีชีพพร้อมระเบิดของทหารจีนลงมาใส่ทหารญี่ปุ่นที่ต้องการทำลายกำแพงโกดัง การชักธงจีนเหนือโกดังซื่อหาง ซึ่งธงนั้นมีการลักลอบนำมาจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำซูโจวโดยยุวชนทหารหญิง หยางฮุ่ยหมิ่น (杨惠敏) การชักธงจีนนั้นก็เพื่อต้องการให้ญี่ปุ่นได้เห็นว่าทหารจีนแม้จะถูกล้อมรอบโดยทหารจักรวรรดิญี่ปุ่น แต่ก็มิได้มีความเกรงกลัวแต่ประการใด

(Source: taken from inside the Sihang Warehouse Museum)
ในการสู้รบป้องกันโกดังนี้นั้น มีทหารจักรวรรดิญี่ปุ่นสูญเสียไปกว่า 200 นาย ในขณะที่ทหารจีนนั้นสูญเสีย 10 นาย นอกจากนี้การต่อสู้ครั้งนี้ก็ได้รับความสนใจจากชาติตะวันตกตามเป้าหมาย เจียงไคเช็กจึงสั่งให้ทหารถอยทัพมารวมพลที่ทางฝั่งเขตสัมปทานชาติตะวันตกในคืนของวันสุดท้ายนั่นเองครับ
จำนวนทหาร
แท้ที่จริงแล้วจำนวนทหารในโกดังนั้นมีจำนวน 452 นาย แต่เมื่อนายพลเซี่ยถูกยุวชนทหารหญิงหยางฮุ่ยหมิ่นสอบถามถึงกำลังพล เพื่อที่จะนำจำนวนไปป่าวประกาศต่อสาธารณะชนถึงความกล้าหาญของทหารกับเหตุการณ์นี้
แต่นายพลเซี่ยไม่ต้องการเปิดเผยกำลังพลที่แท้จริงที่มีจำนวนไม่มากนักต่อคู่ต่อสู้ จึงได้บอกกับยุวชนทหารหญิงว่าในโกดังนั้นมีทหารจำนวน 800 นาย และท้ายที่สุดก็ได้กลายเป็นจำนวนททหารกล้า 800 นายที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปครับ

(Source: taken from inside the Sihang Warehouse Museum)
ภาพยนตร์นักรบ 800
เหตุการณ์การปกป้องโกดังซื่อหางถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์อยู่หลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดในปี 2020 ในชื่อภาพยนตร์ว่า นักรบ 800 (The Eight Hundred) หรือในชื่อภาษาจีนว่า 八佰 ที่กำกับโดยผู้กำกับกวนหู่ ที่บอกเล่าเรื่องราววีรกรรมมากมายของทหารหาญ ความยากลำบาก ความโหดร้ายของสงคราม และการปกป้องแผ่นดินเกิดของตนแม้จะถูกรุกรานจากศัตรูภายนอก เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์ที่เก็บบันทึกเหตุการณ์ที่ไม่ควรถูกลืม และเพื่อให้เรารู้ว่าสันติภาพและความสงบสุขนั้นเป็นสิ่งที่ล้ำค่ามากแค่ไหน ใครยังไม่เคยได้รับชมแนะนำให้ลองหาชมดูครับ

โกดังซื่อหางในปัจจุบัน
โกดังซื่อหางในปัจจุบันนั้นได้กลายมาเป็นอนุสรณ์สถานการต่อสู้ป้องกันโกดังซื่อหาง (四行仓库抗战纪念馆) ที่เราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างไม่มีค่าใช้จ่าย (จำเป็นต้องจองล่วงหน้าผ่านแอพวีแชต) โดยมีส่วนที่จัดแสดงเป็นลักษณะของพิพิธภัณฑ์อยู่ภายในโกดัง ซึ่งรวบรวมภาพถ่าย/สิ่งของที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์เอาไว้

ซึ่งเราสามารถเดินไปตามส่วนที่จัดแสดงที่ถูกแบ่งเอาไว้เป็นหลายช่วง เพื่ออ่าน/รับชมข้อมูลเรื่องราวต่างๆ ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นที่ถูกบอกเล่าอย่างละเอียด สถานที่มีขนาดที่ไม่ใหญ่มากเท่าไหร่ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็น่าจะเดินได้ทั่วนะครับ
ส่วนด้านนอกของโกดังที่ตรงส่วนผนังนั้นเราจะเห็นรอยกระสุนมากมาย ซึ่งเป็นร่องรอยจากกระสุนที่ถูกยิงโดยทหารฝั่งตรงข้ามมาถูกโกดังจริงๆในตอนนั้น ซึ่งก็อาจสร้างความตกตะลึงให้ผู้เข้าเยี่ยมขม แม้ผนังจะถูกบูรณะซ่อมแซมไปบ้าง แต่สิ่งที่ยังหลงเหลือไว้นั่นก็คือ รอยกระสุน ที่เป็นหลักฐานแสดงถึงความโหดร้ายของสงครามที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

ในช่วงวันชาติจีนหรือ 国庆节 จะมีชาวจีนจำนวนมาก แวะมาแสดงความรำลึกถึงเหล่าทหารผู้กล้า โดยการวางดอกไม้สด มวนบุหรี่ ธงชาติจีนขนาดเล็ก เป็นต้นนะครับ
สำหรับโกดังซื่อหางนี้ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตจิ้งอันของเมืองเซี่ยงไฮ้ ถ้าใครอยากมาเยี่ยมชม สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินของเซี่ยงไฮ้ สาย 12 มาลงที่สถานีถนนชูฟู่ (曲阜路站) และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งคือต้องจองตั๋วเข้าชมล่วงหน้าด้วยนะครับ
สามารถตรวจสอบสถานที่บนแผนที่ได้ทาง
– Baidu Map: https://j.map.baidu.com/38/RqJ
– Google Map: https://goo.gl/maps/Zo4xbVtPqrcBBSun9
