ผมมาถึงเมืองเหยียนจี๋ (延吉市)ในช่วงวันก่อนวันปีใหม่เข้าสู่ปี 2023 โดยสภาพอากาศในช่วงนั้นค่อนที่จะหนาว เมืองเหยียนจี๋นี้อยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติเกาหลีเหยียนเปียนของมณฑลจี๋หลิน มันเป็นเมืองเล็กๆที่สวยดูแปลกตา และมันแทบไม่ได้มีกลิ่นอายของประเทศจีนเสียเลย แต่กลับมีกลิ่นอายของประเทศเกาหลีใต้เสียแทน
โดยเฉพาะโซนที่มีชื่อเสียงของเมืองที่เรียกว่า ต้าเสวียเฉิง(大学城) ซึ่งเป็นโซนที่อยู่ตรงข้ามกับมหาวิทยาลัยเหยียนเปียน นั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์เป็นอย่างมาก เนื่องมาจากป้ายร้านค้า ร้านอาหารที่ติดอยู่บนตึก นอกจากจะมีสีสันที่สวยงาม พวกมันยังเต็มไปด้วยภาษาเกาหลีทั้งนั้นเลยครับ

จึงเรียกได้ว่า ถ้ามาเที่ยวประเทศจีนและได้มายังเมืองเหยียนจี๋นี้แล้ว ในความคิดเห็นของผม มันเหมือนกับได้มาเที่ยว 2 ประเทศเลยทีเดียวล่ะ
ภาษาเกาหลีในแถบนี้มาจากไหน?
เหตุที่เมืองนี้มีภาษาเกาหลีอยู่ในทุกๆจุด ตัวอย่างเช่น ภาษาเขียนตามป้ายต่างๆ และภาษาพูดตามประกาศในที่สาธารณะ เป็นต้น นั่นก็เพราะว่าคนท้องถิ่นส่วนหนึ่งของแถบนี้เป็นชนกลุ่มน้อยของจีน นั่นก็คือชนเผ่าเกาหลีหรือเฉาเสี่ยนจู๋ (朝鲜族) นั่นเอง
ทำไมมีชนเผ่าเกาหลี?
ในอดีตนั้น บรรพบุรุษของชนเผ่าเกาหลีเหล่านี้นั้นได้อพยพมาจากคาบสมุทรเกาหลี เพื่อหนีความอดอยาก และภาวะสงคราม โดยได้เดินทางมายังเขตแดนของจีน และคนรุ่นหลังๆจึงเป็นคนจีนเชื้อสายเกาหลี หรือคนชนเผ่าเกาหลีนั่นเองครับ ชนเผ่านี้ยังคงอนุรักษ์วัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้นำเข้ามา ซึ่งยังคงใช้ภาษาเกาหลีกันในการพูดคุยสื่อสาร โดยพวกเขาเรียกภาษาเกาหลีว่า 朝语 ไม่ใช่ 韩语 นะครับ

เพราะฉะนั้นภายในเมืองเหยียนจี๋นี้ก็จะมีคนจีนที่เป็นชาวฮั่น (汉族) และคนชนเผ่าเกาหลี (朝鲜族) อาศัยอยู่ร่วมกันกันอย่างกลมกลืน
และ อ้อ ผมลืมบอกไปว่ามีคนเกาหลีใต้ และคนเกาหลีเหนือที่อยู่เป็นส่วนน้อยของที่นี่ด้วยล่ะ ซึ่งคนเกาหลีใต้ก็จะมาเที่ยวมาทำธุรกิจกันซะส่วนมาก ส่วนคนเกาหลีเหนือนั้นประเทศของเขาส่งมาทำงานกันที่จีนครับ
เศรษฐกิจที่อิงกับวัฒนธรรมเกาหลี
นอกจากการอนุรักษ์ภาษา อาหาร และวัฒนธรรมเกาหลีดั้งเดิมแล้ว สิ่งเหล่านี้ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจของเมืองเหยียนจี๋และเขตปกครองตนเองเหยียนเปียนอีกด้วย
วัฒนธรรมเกาหลีที่ยังคงเข้มข้นกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและนักลงทุน ทำให้เมืองนี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นจากเมืองอื่นในแถบตงเป่ย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน) ป้ายร้านค้าและอาคารที่ใช้ภาษาเกาหลีเต็มไปหมด อาหารเกาหลีท้องถิ่น ร้านกาแฟสไตล์เกาหลี ชุดฮันบกให้เช่าถ่ายรูป ตลาดกิมจิ handmade และบรรยากาศโดยรวมที่เหมือน “เกาหลีใต้ในจีน” ล้วนเป็นจุดขายที่ทำให้เศรษฐกิจการท่องเที่ยวเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ชาวเฉาเสี่ยนจู๋จำนวนมากยังมีเครือข่ายความสัมพันธ์ข้ามพรมแดนกับทั้งเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ช่วยส่งเสริมการค้า การลงทุน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เราจะก็จะเห็นชาวเฉาเสี่ยนจู๋มากมายทำธุรกิจกับสองประเทศเหล่านี้
และที่สำคัญที่นี่ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งจีนและต่างชาติที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีโดยไม่ต้องบินไปไกลถึงประเทศเกาหลีอีกด้วย เรียกได้ว่ามาที่นี่ได้สัมผัสทั้งจีนและเกาหลีเลยจริงๆ
เพื่อนๆสามารถรับชมคลิปสารคดีจาก Thai PBS ที่ผมเองนั้นเป็นพิธีกร โดยได้พูดถึง “เศรษฐกิจจีน-เกาหลีในเขตชายแดนเหยียนจี๋” ได้ที่นี่ เพื่อเข้าใจภาพรวมของอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และโอกาสทางเศรษฐกิจของชาวเฉาเสี่ยนจู๋รุ่นใหม่ในพื้นที่นี้มากขึ้นครับ
มาเมืองนี้ต้องมาทำอะไรบ้าง?
เมืองเหยียนจี๋นี้มีอะไรให้ทำหลายอย่าง ซึ่งน่าจะเป็นที่ถูกใจของนักท่องเที่ยว ผมแนะนำเช็คลิสต์สิ่งที่ควรทำคร่าวๆไว้ดังนี้…
- กินบะหมี่เย็นเหยียนจี๋ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 บะหมี่ติดอันดับของประเทศจีน
- แต่งชุดประจำชาติเกาหลีฮันบกถ่ายรูปสวยๆ
- กินอาหารท้องถิ่นอื่นๆของชนเผ่าเกาหลี
- ดื่มกาแฟของที่นี่
- เที่ยวชมสถานที่อนุรักษ์วัฒนธรรมเกาหลีภายในเมือง
- เดินตลาดนัด เลือกซื้อกิมจิที่ชาวบ้านชาวเกาหลีทำมาขาย
- ซื้อของกินของใช้เกาหลีที่ร้านสะดวกซื้อในเมือง
- ถ่ายรูปกับตึกอาคารที่แขวนป้ายภาษาเกาหลีในแถบต้าเสวียเฉิง
- ไปปีนภูเขาหิมะฉางป๋ายซาน
- ไปเที่ยวที่สวนฟอสซิลไดโนเสาร์
เดินทางมายังเมืองเหยียนจี๋ยังไง?
เมืองเหยียนจี๋เป็นเมืองที่อยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติเกาหลีเหยียนเปียน ในมณฑลจี๋หลิน ซึ่งเป็นแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนหรือที่เรียกกันว่าตงเป่ย
แม้เมืองนี้จะมีสนามบินประจำเมือง ซึ่งก็คือสนามบินนานาชาติเหยียนจี๋ (Yanji Chaoyangchuan International Airport) แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเส้นทางบินตรงจากประเทศไทยมายังเมืองนี้นะครับ เพราะฉะนั้นการเดินทางมายังเมืองนี้
ถ้าให้ผมแนะนำก็อาจจะควรนั่งเครื่องจากกรุงเทพไปยังเมืองฮาร์บิน (哈尔滨) จากนั้นนั่งรถไฟความเร็วสูงตรงมายังเมืองเหยียนจี๋นะครับ โดยการนั่งรถไฟความเร็วสูงจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (ขบวนรถ D112, D116) โดยถ้ามีเวลาก็เที่ยวที่เมืองฮาร์บินก่อนก็ได้ แล้วค่อยต่อมายังเมืองเหยียนจี๋นี้ทีหลังครับ
ชมเมืองเหยียนจี๋จากวิดีโอ
เมืองเหยียนจี๋เป็นเมืองเล็กๆที่น่ารัก ซึ่งแม้ว่าคุณจะไม่พูดภาษาเกาหลี ไม่ชอบดูซีรีย์เกาหลี หรือแม้แต่ไม่ฟังเพลงเกาหลีซักนิด แต่เสน่ห์บางอย่างของเมืองนี้จะทำให้คุณนั้นตกหลุมรักที่นี่ได้ไม่ยาก สมกับคำขวัญของเมืองคือ “ใช่แล้ว! เหยียนจี๋” (Yes! Yanji) เพราะฉะนั้นการมาเมืองนี้จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน!
