Skip to content

เที่ยวมองโกเลียใน ตอนที่ 2: ทุ่งหญ้ามองโกล หวงฮัวโกว โยเกิร์ตท้องถิ่น

จากที่โพสต์ที่แล้วผมเขียนเกี่ยวกับเมืองโฮฮอตและสถานที่ท่องเที่ยวภายในเมืองกันไป โพสต์ในตอนที่ 2 นี้จะพาเที่ยวนอกเมืองกันบ้างนะครับ

โดยหลังจากเที่ยวมาทั้งวัน ผมกลับมาที่พักโฮสเทล แล้วก็เริ่มค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เที่ยวนอกเมืองที่จะไปเที่ยวในวันพรุ่งนี้(ผมมาเที่ยวที่นี่ ไม่ได้วางแผนว่าจะไปไหนล่วงหน้าครับ แค่จองรถไฟระหว่างเมืองเอาไว้ ซึ่งรถไฟความเร็วสูงจีนสามารถเลื่อนวันที่ได้ฟรีและทำได้ง่ายๆ ตารางผมจึงไม่ตายตัว) 

ซึ่งก็เหมือนที่คิดไว้คือที่เที่ยวแต่ละที่นั้นค่อนข้างไกลจากกันครับ เพราะมองโกเลียในนั้นมีพื้นที่ๆกว้างใหญ่มาก ทำให้คนที่ไม่มีรถยนต์ หรือไม่ได้เช่ารถยนต์เหมือนผมนั้น เดินทางไปเองยากมาก ซึ่งต้องลองหาวิธีดู

เดินทางไปกับทัวร์

สุดท้ายผมเลือกที่จะไปกับทัวร์ครับ โดยเป็นทัวร์แบบวันเดย์ทริปหรือวันเดียว ภาษาจีนเรียกว่า 一日游 นะครับ

ซึ่งในหนึ่งวันนั้น จะมีไป 2 ที่ช่วงเช้าและบ่าย  ผมเลือกเป็นทัวร์ที่แค่ขับรถพาเราไปส่ง ส่วนกิจกรรมต่างๆ ก็แล้วแต่เราครับว่าจะเลือกเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ ราคาเพียงแค่ประมาณ 100 หยวน หรือประมาณ 500 บาทครับ

ที่จริงมีหลายแพ็คเกจนะครับ อย่างบางแพ็คเกจก็รวมชุดพื้นเมืองให้เราเลือกใส่สวยๆ ถ่ายรูป ขี่ม้า พร้อมช่างถ่ายภาพด้วย เป็นต้น

บ้านหลังเล็กๆและเกอร์ที่ถูกทิ้งร้าง

การซื้อทัวร์เหล่านี้ก็ง่ายๆครับ โดยเดี๋ยวนี้จะเป็นการจองผ่านแอพกันหมดแล้ว ไม่ต้องไปหาบริษัททัวร์ให้เหนื่อย แอพที่แนะนำก็จะมีพวก 飞猪, 携程 และ 美团 นะครับ ถ้าใครใช้แอพเหล่านี้ ซื้อล่ะก็ผมแนะนำว่าให้แชตถามบริษัททัวร์ไปก่อนว่า รับคนต่างชาติหรือไม่? ด้วยนะครับ

ส่วนมากวันเดย์ทริปนั้นจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าพวกทัวร์ที่ต้องค้างคืนจะต้องเช็คว่าทางโรงแรมที่ทัวร์จะให้เราพักนั้น โรงแรมรับคนต่างชาติหรือเปล่า? เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ควรถามไปก่อนดีกว่าครับ

ระหว่างทาง

เมื่อคืนนอนหลับแบบไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่ เพราะนอนในห้องที่เป็นโฮสเทลร่วมกับเพื่อนร่วมห้องอีก 8 คน (โฮสเทลราคาคืนละ 40 หยวน หรือ 200 บาท) ซึ่งแขกท่านอื่นเดินเข้าเดินออกตลอดคืน รู้สึกว่าคิดผิดไม่น้อยเลยครับที่เลือกนอนแบบนี้ เพราะผมเป็นคนที่นอนหลับยาก แถมยังต้องตื่นเช้าเพื่อเดินทางอีกด้วย

ไกด์ทัวร์ให้เรามารอกันที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อรวมตัวกัน ซึ่งรถที่มารับนั้นเป็นรถมินิบัส เมื่อคนครบ พร้อมแล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางกันได้เลย

ระหว่างทางไกด์นำเที่ยวบนรถนั้นก็จะพูดอธิบายสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในแถบนี้ โดยไกด์จะพูดอธิบายเป็นภาษาจีนทั้งหมดครับ เพราะทัวร์ที่ผมซื้อเป็นทัวร์ที่ขายลูกค้าคนจีนนั่นเองครับ

หมู่บ้านริมทาง สังเกตเห็นเกอร์ด้วย

ส่วนวิวนอกหน้าต่างรถจะเป็นวิวทุ่งหญ้าสวยๆ โดยก็จะเห็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่เป็นช่วงๆ ซึ่งเนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่ หมู่บ้านต่างๆก็จะสร้างกระจายกันไป

รวมไปถึงบางช่วงจะเห็นคาราวานมองโกลที่จะมีม้าตัวใหญ่หลายตัวและเกอร์ที่เป็นบ้านที่พักของคนมองโกเลียบนทุ่งหญ้า คาราวานแบบนี้เป็นภาพที่ไม่คุ้นตาซึ่งผมได้มาเห็นครั้งแรกที่นี่เลย

คาราวานมองโกลบนทุ่งหญ้า

ทุ่งหญ้ามองโกล

สถานที่แรกที่ทัวร์นำเรามาปล่อยลงนั้น เป็นทุ่งหญ้าที่มีกังหันลมมากมาย แถบนี้ลมแรง กังหันลมที่นี่นั้นหมุนเร็วมากน่าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากพอสมควรครับ กังหันลมเหล่านี้พออยู่กันเป็นกลุ่ม ดูแล้วก็น่ารักดีเหมือนกันนะครับ

สำหรับทุ่งหญ้าที่ควรจะเป็นสีเขียวขจีนั้น ในช่วงที่ผมมานั้นออกไปทางสีเหลือง แห้งๆครับ นั่นก็ผมมาในฤดูที่ไม่ถูกต้องสำหรับการมาเยือนทุ่งหญ้าแบบนี้ซักเท่าไหร่

สำหรับใครที่จะชมทุ่งหญ้าสีเขียวสวยๆให้มาช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมแทนนะครับ เดือนนั้นจะเป็นช่วงพีคของการท่องเที่ยวแถวนี้เลย

แม้จะมาไม่ถูกช่วงนัก แต่วิวทิวทัศน์ที่ได้เห็นก็เรียกได้ว่าไม่ใช่ไม่สวยนะครับ วิวทิวทัศน์ ณ ตอนนี้ผมว่าให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไปเท่านั้นเองครับ จากหญ้าสีเขียวกลายเป็นหญ้าสีเหลืองที่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าคราม สวยไม่เบา และที่สำคัญช่วงนี้นักท่องเที่ยวน้อย แถบนี้นั้นจึงเงียบสงบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงผู้คน เสียงต่างๆรบกวน ซึ่งทำให้จิตใจนั้นสงบมากๆครับ

ม้าในเขตทุ่งหญ้ามองโกเลียใน

กิจกรรมที่สามารถทำได้ในจุดนี้ก็ คือ การขี่ม้านะครับ ซึ่งโปรแกรมทัวร์ของผมนั้นไม่ได้รวมอยู่ในกิจกรรมนี้ เพราะฉะนั้นถ้าต้องการขี่ม้าก็ต้องจ่ายต่างหาก

ห้องพักแบบเกอร์

ตรงทุ่งหญ้าแถบนี้มีการสร้างเกอร์เป็นห้องๆ เป็นห้องพักสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยสร้างติดๆกัน แต่ผมดูแล้วรู้สึกว่ามันดูปลอมๆ ไม่เหมือนเกอร์แบบดั้งเดิมครับ ทั้งวัสดุที่ใช้ และมีทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เครื่องใช้ไฟฟ้า ฟูกที่นอน และบางหลังที่ใหญ่ๆหน่อยจะมีห้องน้ำด้วยนะครับ

เกอร์แบบดั้งเดิมนั้นจะไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย เพราะ คนมองโกลนั้นต้องสามารถเก็บเกอร์เหล่านี้ เพื่อย้ายถิ่นฐานรอนแรมไปยังที่ต่างๆได้ครับ

เกอร์ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวตั้งเรียงราย

เพราะ ฉะนั้นเกอร์ที่ผมเห็นมากมายบนทุกหญ้า ณ จุดนี้ เป็นเกอร์ที่สร้างขึ้นเพื่อการพาณิชย์ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้เข้าพักเพื่อสัมผัสบรรยากาศของชาวมองโกลนั่นเอง เหมือนกับว่ามาเที่ยวมองโกเลีย ต้องนอนพักเกอร์กันสักครั้ง

แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันไม่ค่อยน่าอยู่สักเท่าไหร่ และสร้างติดกันแออัดแบบนี้ดูไม่ค่อยจะสบายหรือส่วนตัวเท่าไหร่นักนะครับ

อาหารเที่ยง

ในทัวร์ที่ผมซื้อมามีอาหารเที่ยวด้วยครับโดยกินกันในร้านอาหารที่ทุ่งหญ้านั่นล่ะครับ ซึ่งเป็นโต๊ะกลมโต๊ะจีนกินกับแขกคนอื่นๆ

แต่ผมไม่ได้ถ่ายอาหารมาเพราะคิดว่าอาหารแต่ละเมนูนั้นมันเฉยๆ จะมีที่ดีหน่อยก็คือ เนื้อแกะที่นี่เขาสดใหม่อร่อย แต่ก็แค่นั้นจริงๆ

ถ้วยสีขาวใส่ชานมมองโกเลียสีออกครีมๆ กลิ่นหอม รสชาติอร่อย

ส่วนเครื่องดื่มที่เขามีให้เป็นชานมมองโกเลียในที่รสชาตินั้น มันๆอร่อย กินแล้วสดชื่นมีพลังแบบชาวมองโกลเลยล่ะครับ!

หวงฮัวโกว

เมื่อท้องอิ่ม เราก็ขึ้นรถมินิบัสคันเดิม เพื่อจะไปยังสถานที่ถัดไป ซึ่งก็คือ หวงฮัวโกว (黄花沟) แปลเป็นไทยว่า คูน้ำดอกไม้เหลือง แต่ผมไม่เห็นดอกไม้เหลืองเลยซักดอก รวมไปถึงคูน้ำด้วย

ถึงแล้วก็เดินชมวิวของทุ่งโล่งๆ สูดอากาศดีๆ ให้เต็มปอดๆ ถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นก็ไปขึ้นรถกระเช้าครับ เพราะ สถานที่นี้นั้นมีขนาดใหญ่ และไม่ใช่พื้นที่ราบ แต่เป็นภูเขา จึงจำเป็นต้องขึ้นรถกระเช้าจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่ง

ทิวทัศน์จากบนกระเช้านั้น ก็ต้องขอบอกว่าสวยงามอลังการมากจริงๆ วิวคือแบบว่ามองได้สุดลูกหูลูกตาเลยจริงๆ

มีบางจุดที่เขานำผ้าสีๆมาผูกกันเอาไว้ แล้วทำเป็นคล้ายๆซุ้ม ไม่แน่ใจว่าสร้างไว้สวยๆ หรือมีความหมายอะไรแฝงของวัฒนธรรมมองโกลเอาไว้หรือเปล่า มีป้ายเขียนบอกเป็นภาษาจีนทั้งหมด แต่ผมก็ไม่ได้อ่าน สนใจแค่ความสวยอย่างเดียว

ผ้าสีๆที่ถูกผูกเอาไว้คงมีความหมายอะไรซักอย่าง

โยเกิร์ตและเนื้อแกะ

ข้างบนนี้มีขายโยเกิร์ตขวดอ้วนๆสีฟ้าเข้ม มีข้อความเขียนว่า Ethnic Mongol Yoghurt ก็ประมาณว่าโยเกิร์ตพื้นบ้านของมองโกล และมีคำโฆษณาเขียนว่า ส่งในทุ่งหญ้าระยะทางภายใน 600 ลี้ ซึ่ง 1 ลี้คือ 500 เมตร โยเกิร์ตนี้ส่งในทุ่งหญ้าภายใน 300 กิโลเมตร โอ้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ รู้แค่ว่ารสชาตินั้นอร่อยดี

ส่วนเนื้อแกะเสียบไม้ย่างนั้นย่างกันอยู่ริมทาง ฟังควุ้ง หอมกลิ่นเครื่องเทศ ใช้ตาดูก็รู้แล้วครับว่าเนื้อสดใหม่แค่ไหนนะ อร่อยจริงๆ หรือที่จริงมันอร่อย เพราะ ผมเองนั้นก็ชอบกินอยู่แล้วด้วยนะ

ร้านอาหารที่ไกด์แนะนำ

ขากลับเรานั่งรถกลับทางเส้นทางเดิมครับ โดยระหว่างทางไกด์นำเที่ยวสาวก็แนะนำร้านอาหารภายในเมืองโฮฮอต ซึ่งร้านอาหารร้านนี้ไกด์บอกกับพวกเราว่าเป็นร้านอาหารที่คนท้องถิ่นมักจะไปกินกัน เพราะฉะนั้นถ้ามีโอกาส ควรจะไปลิ้มรส

ภายในร้านอาหารตกแต่งสไตล์พื้นบ้านมองโกล

ร้านอาหารนี้มีชื่อว่า เก๋อรี่เล่ยอามา (格日勒阿妈) มีหลายสาขาภายในเมืองนะครับ เขาขายอาหารพื้นเมืองของทางมองโกเลียใน มีเมนูอาหารที่หลากหลายน่าสั่งทุกอย่างเลย แต่ผมมาคนเดียว จะให้สั่งหลายอย่างคงจะไม่ไหว จึงเลือกเฉพาะเมนูที่คิดว่าน่าจะอร่อยและผมกินคนเดียวหมด

สั่งอาหารไป 3 อย่าง โดยเป็นเมนูเนื้อไป 2 อย่างคือ ขาแพะย่าง(烤羊腿) และ เนื้อแพะกับน้ำจิ้ม(手抓羊肉) ซึ่งขอบอกว่ากลิ่นนี่ทั้งหอม ทั้งอร่อย ไม่มีกลิ่นสาบเหม็นเลยครับ

ส่วนที่เมนูที่ผมคิดว่ามันอร่อยมากๆนั่นก็คือ เมนูขนมหวานครับ เขาเรียกว่า ซวนหน่ายเถียนเสี้ยนปิ่ง (酸奶甜馅饼) ซึ่งคือ แผ่นแป้งบางๆที่ใส้ข้างในเป็นโยเกิร์ต แต่ไม่เปรี้ยว รสชาตินั้น หอม หวาน มัน อร่อยมากๆครับ ระหว่างที่เขียนนี้นึกถึงแล้วก็น้ำลายไหล อยากกินอีกจังเลย

และนี่ก็เป็นการนำเที่ยวมองโกเลียใน ตอนที่ 2 นะครับ สำหรับซีรีย์เที่ยวมองโกเลียใน ตอนที่ 3 ผมจะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นแล้ว อย่าพลาดที่จะตามอ่านกันนะครับ!

แสดงความคิดเห็น
Published inสถานที่ท่องเที่ยว
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว