Skip to content

ส่องเมืองนัมยางของเกาหลีเหนือจากฝั่งของประเทศจีน

ประเทศเกาหลีเหนือนั้นเป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีความเร้นลับและตัดขาดจากโลกภายนอก เราไม่ค่อยได้ยินข่าวที่เปิดกว้างหรือเปิดเผยเกี่ยวกับประเทศนี้ซักเท่าไหร่ การเข้าไปเที่ยวประเทศนี้นั้นก็ไม่สามารถทำได้อย่างงง่ายดาย ยิ่งช่วงที่ผ่านมามีการระบาดของโควิด ทำให้ประเทศนี้ปิดไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไป จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เปิดรับผู้คนเลย

โพสต์นี้ผมจะพาทุกท่านมาชมประเทศเกาหลีเหนือ โดยที่ไม่ต้องบุกเข้าไปยังประเทศนี้นะครับ เพราะตอนนี้ผมมายังเมืองถูเหมิน (图们市) ซึ่งเป็นเมืองๆหนึ่งในมณฑลจี๋หลินของประเทศจีน โดยเมืองนี้นั้นมีพรมแดนอยู่ติดกับประเทศเกาหลีเหนือ และมีแม่น้ำที่ชื่อแม่น้ำถูเหมินเป็นเส้นแบ่งเขตแดนทางธรรมชาติระหว่าง 2 ประเทศนี้อยู่

เดินทางท่องเที่ยวในเมืองนี้ยังไง?

เริ่มจากการเดินทางมาเมืองนี้ก่อนนะครับ เมืองถูเหมินนั้นเดินทางมาไม่ยาก เพียงนั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองเหยียนจี๋ มาถึงเมืองนี้ก็ใช้เวลาไม่นานเท่าไรนัก

บริเวณหน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงถูเหมินเหนือ
สถานีรถไฟถูเหมินเหนือ

โดยจุดประสงค์หลักของการมาเมืองนี้ของผมนั้น คือการมาชมประเทศเกาหลีเหนือโดยเฉพาะ ดังนั้นจากสถานีรถไฟความเร็วสูงถูเหมินเหนือ(图们北站)ให้นั่งรถเมล์ของเมืองถูเหมินสาย 9 (图们9路) จากสถานีรถไฟมาลงยังป้ายโข่วอั้น (口岸站) ใช้เวลาไม่นานครับ (นั่งแท็กซี่ก็สะดวกดีครับ) และที่สำคัญแนะนำให้มาแต่เช้านะครับ เพราะแถบนี้นั้นฟ้ามืดไวมาก (4 โมงเย็นเวลาประเทศจีนก็มืดแล้วครับ)

จุดชมเมืองเกาหลีเหนือที่เมืองถูเหมิน

ตามแผนที่จะเป็นจุดที่เอาไว้ใช้ชมวิวเมืองเกาหลีเหนือนะครับ

– Baidu Map: https://j.map.baidu.com/f9/ImTg (ใกล้กับจุดนี้นะครับ)
– Google Map: https://goo.gl/maps/6uFL8MeTLfCSruzw7


เริ่มต้นชมเกาหลีเหนือ

จุดนี้จะเป็นจุดแรกที่เราจะมาชมประเทศเกาหลีเหนือกันนะครับ ซึ่งจะมองเห็นเกาหลีเหนือไม่ชัดมากเท่าไหร่ และตรงบริเวณนี้ก็จะมีหลักเขตแดนของประเทศจีน และหินที่เขียนว่ายินดีต้องรับสู่เมืองถูเหมินอีกด้วย

ตัวผมกับหลักเขตแดนของประเทศจีนและหินที่มีข้อความเขียนว่ายินดีต้อนรับสู่เมืองถูเหมิน
ซ้าย: ตัวผมถ่ายกับหลักเขตแดนของประเทศจีน โดยที่ฉากหลังเป็นเมืองๆหนึ่งของเกาหลีเหนือ / ขวา: หินยินดีต้อนรับสู่เมืองถูเหมิน

ในส่วนบริเวณนี้ก็จะมีแท๊กซี่ที่ทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวด้วย โดยน่าจะเป็นจ็อบเสริมของพวกเขาที่นี่ เขาจะเข้ามาหานักท่องเที่ยว พยายามบอกให้เราจ้างเขานำเที่ยว ซึ่งผมก็จ้างไกด์แท๊กซี่นี้แหละครับให้พาเที่ยว ราคาอยู่ที่ 100 หยวน ไม่แพงมาก เพราะนอกจากจะให้เขาขับรถนำเราไปที่ต่างๆ เขาก็จะมีพูดแนะนำสิ่งต่างๆ และยังคอยช่วยเราถ่ายรูปอีกด้วย แต่ไกด์เหล่านี้น่าจะเป็นไกด์ที่ไม่ได้มีใบรับรองนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมฟังมา รวมถึงเรื่องราวในโพสต์นี้ที่ผมเขียน ผมนำสิ่งที่ไกด์ได้บอกกับผมมาเล่าต่อนะครับ เพราะฉะนั้นผู้อ่าน กรุณาอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หรือจะอ่านเพื่อความบันเทิงก็ได้ แต่อย่าเอาไปใช้ประกอบการอ้างอิงทางวิชาการนะครับ

รถยนต์แท๊กซี่ของไกด์สีแดงและเหลืองของไกด์ทัวร์ที่จอดอยู่ใกล้ๆกับป่าสน
รถแท๊กซี่ของไกด์ทัวร์

จากนั้นไกด์ได้ขับรถแท๊กซี่คันสีแดงเหลืองคันนี้ (มีคนบอกว่าสีรถมันเหมือนอาหารจีนเมนูมะเขือเทศผัดไข่เลยนะ) ขึ้นมายังบนภูเขาลำที่ไม่สูงนัก ซึ่งบนภูเขานี้จะมีจุดที่ทางประเทศจีนได้สร้างไว้ให้สำหรับเป็นจุดชมวิวเมืองนัมยาง(남양로동자구) ของประเทศเกาหลีเหนือที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำนะครับ จุดนี้ผมว่าวิวค่อนข้างสวยมากเลยทีเดียวล่ะ

จุดชมประเทศเกาหลีเหนือ โดยทางฝั่งขวาของแม่น้ำจะเป็นเมืองนัมยางของประเทศเกาหลีเหนือและฝั่งซ้ายจะเป็นเมืองถูเหมินของประเทศจีน

นอกจากนี้เขาก็ได้ชี้ให้ผมดูสิ่งต่างๆที่อยู่บริเวณรอบๆนี้ โดยเริ่มจากสะพาน 2 เส้นที่พาดยาวข้ามแม่น้ำถูเหมิน เพื่อใช้เป็นเส้นทางข้ามไปมาระหว่าง 2 เมืองของ 2 ประเทศนี้ สะพานสายแรกนั้นจะเป็นสะพานรถยนต์ ส่วนอีกสะพานสีดำก็จะเป็นสะพานรถไฟ

สะพาน 2 เส้นพาดผ่านแม่น้ำถูเหมิน โดยมีสะพานด้านหลังที่เป็นสะพานรถยนต์และสะพานด้านหน้าที่เป็นสะพานรถไฟ
สะพานมี 2 เส้น ด้านหลังคือสะพานรถยนต์ ด้านหน้าจะเป็นสะพานรถไฟที่มีสีถูกแบ่งออกเป็น 2 สี คือ สีดำที่จะเป็นสะพานฝั่งของประเทศจีน และสีเทาจะเป็นฝั่งของประเทศเกาหลีเหนือ

โดยมีจุดสังเกตุคือที่สะพานรถไฟนั้น จะถูกแบ่งครึ่งออกเป็น 2 ส่วน มีสีที่ต่างกัน คือสีดำและสีเทา สีดำคือสะพานส่วนของประเทศจีน และสีเทาจะเป็นส่วนของประเทศเกาหลีเหนือนั่นเองครับ เห็นแล้วก็น่าสนใจดีที่เขาแบ่งสะพานเส้นนี้กันอย่างชัดเจนนะครับ

สำหรับอาคารต่างๆ ภายในเมือง ซึ่งโดยส่วนมากเป็นอาคารที่ไม่ค่อยสูง (เหมือนจะไม่เกิน 5 ชั้น) โดยเราจะเห็นสถานีรถไฟของเมืองนัมยาง บริเวณหน้าสถานีนั้นมีรูปผู้นำเกาหลีติดอยู่หน้าสถานีอยู่ 2 รูป (ผมเดาว่าคือ คิม อิล-ซ็อง และ คิม จ็อง-อิล) รถไฟที่เมืองนี้ คุณไกด์ได้บอกกับผมว่าจะใช้แค่ในงานราชการ อย่างคนสำคัญอย่างผู้ว่าการเดินทางมายังเมืองนี้เป็นต้นนะครับ ประชาชนคนธรรมดาไม่มีสิทธิได้ใช้งาน และรถไฟก็ใช้ในการนำเข้าส่งออกสินค้าต่างๆกับประเทศจีนอีกด้วย

รูปซ้าย: อาคารโรงเรียนประถม / รูปกลาง: สถานีรถไฟนัมยาง / รูปขวา: อาคารโรงเรียนมัธยม(1)และวัวเทียมเกวียน(2)

อาคารถัดไปคือโรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งทั้ง 2 อาคารนั้นทาสีในโทนสีเขียวทั้งคู่ ไกด์บอกว่าถ้าเป็นในช่วงเลิกเรียนก็จะสามารถเห็นเด็กนักเรียนออกมาวิ่งเล่นกันนอกตัวอาคารได้ แต่ตอนที่ผมมาคือไม่เห็นเด็กนักเรียนเลยสักคนนะครับ

ส่วนต่อไปคืออาคารที่เป็นบ้านเรือนของผู้คนที่เป็นอาคารที่มีทั้งแบบบ้านหลังเล็กๆ และก็อาคารที่มีหลายชั้นแบบอพาร์ทเม้นท์ โดยที่จริงแล้วก็แยกไม่ออกทั้งหมดว่าเป็นอาคารบ้านคน หรือว่าเป็นที่ทำงานหรือโรงงานกันแน่

นอกจากนี้ผมยังถ่ายไปติดวัวเทียมเกวียนที่น่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเกษตรและใช้ในการคมนาคมของแถบนี้ วัวเทียมเกวียนนั้นมีราชการเป็นเจ้าของ ประชาชนไม่ได้ครอบครองนะครับ เท่าที่เข้าใจประชาชนจะใช้จักรยานในการคมนาคม และส่วนข้าราชการที่มีตำแหน่งหน่อยก็อาจจะมีมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์นั่นเองครับ

การรักษาการที่เข้มงวด

บริเวณชายแดนระหว่าง 2 ประเทศนั้นก็จะมีการรักษาการกันอย่างเข้มงวด ฝั่งเกาหลีเหนือก็จะเห็นทหารมากมาย โดยพวกเขาจะมีเดินตรวจการ หรืออยู่บนป้อมสังเกตุการความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในบริเวณชายแดนนี้ ฝั่งจีนก็จะมีกล้องที่ใช้ในการสังเกตุการแทนนะครับ

การรักษาการที่เข้มงวดริมชายแดนของเมืองนัมยาง

ในช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิดนั้นมักจะมีผู้ลักลอบข้ามมาจากฝั่งของประเทศเกาหลีเหนือเพื่อมายังฝั่งประเทศจีน จึงเป็นเหตุให้ทางฝั่งของเกาหลีเหนือมีทหารรักษาการอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งบนป้อมและตามริมชายแดนนั่นก็เพราะนอกเหนือจากการป้องกันประเทศแล้ว ก็ยังป้องกันคนลักลอบหลบหนีด้วยนั่นเองครับ

สภาพความเป็นอยู่ของคนในเมืองนัมยาง

สำหรับสภาพเป็นอยู่ของคนในเมืองนี้นั้นช่างแตกต่างๆเป็นอย่างยิ่งกับผู้คนที่อยู่ในเมืองฝั่งตรงข้ามอย่างเมืองถูเหมิน กล่าวคือเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ เมืองนี้นั้นเป็นเมืองที่ในหน้าหนาว อากาศจะหนาวแบบแสนสาหัส ซึ่งภายในเมืองนั้นไม่มีอุปกรณ์ทำความร้อนอย่างฮีตเตอร์ แก๊ส พอถึงช่วงเย็นๆค่ำๆ ชาวบ้านก็จะเริ่มจุดฟืนผิงไฟคลายหนาวหรือทำอาหารกัน เรียกได้ว่าชีวิตเหมือนย้อนกลับไปในสมัยก่อนเป็นคนละโลกกับประเทศที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเลยนะครับ

ที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้านเล็กๆหรือตึกที่ไม่สูงนัก

แต่ผมฟังมาจากไกด์ว่าคนทางฝั่งเกาหลีเหนือนั้นจะถูกรัฐบาลใช้โฆษณาชวนเชื่อกล่อมประชาชนว่าชีวิตในจีนนั้นแย่กว่า อยู่เกาหลีเหนือดีกว่า มีชีวิตที่มีความสุขกว่านั่นเอง รัฐบาลเกาหลีเหนือก็คงไม่อยากให้คนได้ข้ามฝั่งหนีออกมานั่นแหละน่ะครับ แต่ดูจากสภาพบ้านเมืองด้วยตาเปล่าแล้วก็คงสรุปได้ในใจว่าฝั่งไหนนั้นดีกว่ากันนะครับ

ประตูด่านจีน

จากนั้นเขาก็พาผมมายังประตูด่านจีน-เกาหลีเหนือ ที่ตั้งตระหง่านอย่างสวยงาม อยู่ก่อนสะพานรถไฟถูเหมิน-นัมยาง ประตูด่านนี้เป็นสถานที่ยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจะมาถ่ายรูปกันไว้เป็นที่ระลึกนั่นเองครับ ณ วันที่ผมถ่ายประตูด่านนี้นั้นปิดนะครับ จึงไม่ได้สามารถเข้าไปได้มากกว่านี้แล้ว ได้แต่ถ่ายรูปจากภายนอกเท่านั้น

ประตูด่านของประเทศจีนที่ตั้งอยู่เหนือก่อนสะพานทางรถไฟไปยังประเทศเกาหลีเหนือ
ประตูด่านจีน

ร้านขายของที่ระลึก

ตามสเต็ปของไกด์ทัวร์เกือบทุกคนก็จะพานักท่องเที่ยวอย่างเรานั้นมายังร้านขายของฝาก แต่ร้านขายของฝากร้านนี้นั้นเป็นร้านที่ขายของฝากเกาหลีเหนือนะครับ! ของในร้านนั้นเป็นของที่เราไม่เห็นได้โดยทั่วไปในประเทศจีน เป็นของที่ร้านนั้นนำเข้ามาจากฝั่งเกาหลีเหนือ มีของที่น่าสนใจอย่างแสตมป์ที่ใช้ในเกาหลีเหนือ หรือบุหรี่ยี่ห้อ “เกาหลี” ที่คนขายถึงกับโฆษณากับผมว่าผู้นำเกาหลีเหนืออย่างคิมจองอึนนั้นก็สูบบุหรี่ยี่ห้อนี้ด้วย ไม่รู้จริงหรือเปล่านะครับ

หน้าร้านขายของที่ระลึกจากประเทศเกาหลีเหนือมีภาษาจีนและภาษาเกาหลีติดอยู่หน้าร้าน
ร้านขายของที่ระลึกเกาหลีเหนือในจีน

และก็มีสิ่งอื่นๆ ที่ก็ดูน่าสนใจ เป็นของฝากสไตล์วัฒนธรรมเกาหลี ราคาก็ไม่ถูกนะครับ คงเป็นร้านที่มีเอาไว้ขายนักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั่นแหละ แต่ซื้อหรือไม่ซื้อก็ไม่เป็นไรนะครับ เพราะเขาไม่ได้บังคับเรา

ชมประเทศเกาหลีเหนือจากคลิป

แล้วโพสต์ที่ก็ต้องขอจบเพียงเท่านี้ การมาชมเมืองเกาหลีเหนือจากประเทศจีนนั้น ก็เป็นการมองเกาหลีเหนืออย่างผิวเผินเท่านั้น ไม่สามารถตอบได้ว่า สภาพภายในประเทศของเขาจริงๆแล้วนั้นเป็นยังไง และต้องขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าสิ่งที่เขียนในโพสต์นี้ มาจากสิ่งที่ไกด์ของผมนั้นเล่าให้ผมฟัง ไม่สามารถเอาไปใช้อ้างอิงทางวิชาการได้

ถ้าผมได้มีโอกาสข้ามไปยังประเทศเกาหลีเหนือ ก็จะนำมาเล่าให้ฟังกันใหม่ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ และหากใครมีโอกาสได้ข้ามฝั่งไปเที่ยวยังเกาหลีเหนือแล้วล่ะก็อย่าลืมมาคอมเม้นต์แสดงความคิดเห็นเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับผม!

แสดงความคิดเห็น
Published inสถานที่ท่องเที่ยว
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว
แบนเนอร์เที่ยวจีนแบบกรุ๊ปส่วนตัว