การเดินทางในประเทศจีนในสมัยนี้นั้นมีความทันสมัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนแปลง พัฒนาปรับปรุงกันอยู่ตลอดเวลา จากที่ได้ฟังจากคนรุ่นเก่าที่เดินทางมาเที่ยวเมืองจีนเมื่อราว 20-30 ปีก่อนขึ้นไป มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการเดินทางไปไหนมาไหนในจีนนั้นไม่ได้สะดวกสบาย นั่นเพราะขนาดของประเทศจีนนั้นใหญ่มาก และสมัยนั้นประเทศยังไม่เจริญ การคมนาคมขนส่งก็ยังไม่พัฒนาเท่าไหร่ ผิดกับปัจจุบัน
ปกติการเดินทางในประเทศจีนนั้น ถ้าหากเป็นการเดินทางข้ามมณฑลแล้วล่ะก็ ผมมักจะเลือกนั่งรถไฟความเร็วสูงกับเครื่องบินเป็นหลักครับ แต่ถ้ารอบไหนที่เราไม่ติดเรื่องเวลาแล้วล่ะก็ผมก็มักจะเลือกชิลไปกับรถไฟตู้นอนของจีนแทน
รถไฟตู้นอนของจีนนั้น ก็มีความสบายในระดับหนึ่ง ซึ่งมันจะอยู่ในสายที่เป็นเส้นทางระยะยาว แต่ความเร็วจะไม่เท่ากับรถไฟความเร็วสูงนะครับ จะเป็นแบบที่ช้าลงไปกว่านี้ แลกกับราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าโดยเราสามารถเห็นได้จากรหัสตอนที่เราจะจองตั๋วรถไฟนะครับ ว่าเป็นรถไฟแบบใด เพราะ รถไฟจีนนั้นมีหลายรูปแบบมาก ซึ่งความเร็วและราคานั้นต่างกันด้วย ควรเช็คดูให้ดีก่อนเลือกเดินทางครับ
เตรียมตัวก่อนขึ้นรถไฟ
ก่อนที่จะขึ้นรถไฟได้เราก็ต้องทำการจองที่นั่งใช่ไหมครับ โดยปัจจุบันนี้จะเป็นการจองกันผ่านแอพหมดแล้ว มีหลายแอพในจีนที่สามารถจองได้ แต่ต้องอ่านภาษาจีนได้นะครับ ถ้าเป็นแอพของทางการรถไฟจีนเลย นั่นก็คือ “Railway12306” ซึ่งไอ้เลข 12306 นั่นเป็นเลขสายด่วนของการรถไฟจีนนั่นเองครับ สามารถโทรไปถามข้อมูลได้ แต่ผมไม่แน่ใจว่าจะมีบริการภาษาอังกฤษไหมนะ แต่ภาษาไทยนี่ไม่มีแน่นอนครับ
ส่วนถ้าอยากจองผ่านแอพที่มีภาษาอังกฤษนั้น แนะนำให้ลองจองผ่าน Trip.com หรือผ่านแอพของเขาได้เลย แอพนี้ปัจจุบันมี Ctrip บริษัทท่องเที่ยวเจ้าใหญ่ของจีนเป็นเจ้าของ ซึ่งก็น่าจะทำให้การจองตั๋วรถไฟที่เมืองจีนนั้นเป็นเรื่องที่สบายหายห่วง

ถ้าใครนั้นไม่สะดวกที่จะซื้อผ่านแอพล่ะก็ เราสามารถไปที่สถานีรถไฟไหนก็ได้ เพื่อทำการจองตั๋วรถไฟนะครับ อย่าลืมพกพาสพอร์ตไปด้วยล่ะ!
เมื่อได้ตั๋วแล้วพอถึงวันเดินทางก็ให้มาถึงล่วงหน้าก่อนเวลารถออกซัก 30 นาทีขึ้นไป การเข้าจากหน้าสถานีไปยังชานชาลานั้น จะใช้เวลาไม่มากเหมือนกันการขึ้นเครื่องบินนะครับ และก็ไม่ต้องมีการเช็คอิน ไม่ต้องไปรับตั๋วด้วย เพียงแค่ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพาสพอร์ต (แคปหน้าจอที่เราซื้อตั๋วไว้ด้วยก็ดีครับ) กับนำกระเป๋าสัมภาระไปสแกนกับเครื่องสแกนเพื่อความปลอดภัยแค่นั้น ซึ่งในจุดนี้ผมว่าได้เปรียบกว่าเครื่องบินมาก และอีกอย่างสถานีรถไฟเหล่านี้มักจะตั้งอยู่ในเมือง ต่างจากสนามบินที่มักจะสร้างไว้นอกเมืองไกลๆ
ได้เวลาขึ้นรถไฟ
รถไฟตู้นอนของจีนนั้นจะอยู่ในขบวนรถที่ทาสีเป็นสีเขียวเข้ม ภาษาจีนเรียกกันว่า 绿皮车 หรือแปลว่า รถไฟผิวเขียวนะครับ โดยทั้งขบวนจะมีที่นั่งแบ่งออกเป็น ที่นั่งแบบแข็ง ที่นั่งแบบอ่อน ที่นอนแบบแข็ง ที่นอนแบบอ่อน โดยในบทความนี้ผมเลือกที่แบบที่เป็นที่นอนแบบแข็งนะครับ
เมื่อมาถึงชานชาลาที่ถูกต้องแล้ว ก็ให้เดินไปยังตู้รถ(车厢)ที่เราจองไว้ได้เลย พนักงานจะขอสแกนบัตรประชาขนของจีนก่อนเราจะขึ้นรถ แต่ผมบอกเขาไปว่าเป็นคนต่างชาติ เขาก็จะให้เราขึ้นมาก่อนและเขาจะมาตรวจทีหลังครับ สำหรับที่นั่งแต่ละประเภทนั้นก็จะถูกแบ่งไปอยู่คนละตู้รถกันไปเลยนะครับ ไม่มีมารวมกัน โดยระหว่างตู้รถเหล่านี้เราสามารถเดินข้ามไปข้ามมากันได้

จากนั้นให้มายังหมายเลขที่นั่นหรือหมายเลขที่นอนของเรานะครับ โดยที่นั่งที่เป็นชนิดที่นอนแบบแข็งนั้น จะแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่างครับ โดยอันนี้จะทราบเมื่อเราจองตั๋วแล้ว ซึ่งเราจะเลือกไม่ได้ (บางแอพเลือกได้นะครับ แต่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม)
โดยจากการคาดเดาเขาจะจัดที่นั่งให้ตามอายุของเรา ประมาณว่าถ้าอายุเยอะมักจะได้ชั้นล่าง เพราะไม่ต้องการให้ผู้สูงอายุนั้นปีนขึ้นลง ส่วนคนอายุน้อยจะได้ ชั้นกลาง หรือชั้นบนครับ แต่อันนี้ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหนนะ เพียงแค่ได้ยินมาครับ
บนรถไฟเป็นอย่างไร?
บนรถไฟที่เป็นรถไฟตู้นอนแบบนี้นั้น สภาพไม่ได้ใหม่หรือดูดีแบบรถไฟความเร็วสูงครับ ในหนึ่งห้องหรือหนึ่งล็อคจะมีที่นอนทั้งหมด 6 ที่นอนนะครับ โดยแบ่งเป็นฝั่งละ 3 ชั้น

สำหรับชั้นล่างสุดนั้นค่อนข้างจะสบาย เพราะเราไม่ต้องปีนขึ้นลงให้เหนื่อย แถวยังมีโต๊ะเล็กๆให้ได้วางสิ่งของ หรือรับประทานอาหารด้วย หรือจะนั่งคุยกับเพื่อนที่อยู่เตียงข้างๆก็ได้เช่นกัน คนจีนผมรู้สึกว่าเขาชอบคุยเล่นกันคนแปลกหน้า ยิ่งถ้ารู้ว่าเป็นคนต่างชาติแล้ว ชอบคุยใหญ่

ส่วนชั้นกลางกับชั้นบนสุดต้องปีนขึ้นลงผ่านบันไดลิงที่ติดอยู่ตรงปลายที่นอนครับ ส่วนตัวผมคิดว่าชั้นบนสุดนั้นไม่ดีเลย ต้องปีนขึ้นไปสูงเกินไป ยิ่งคนที่เข้าห้องน้ำบ่อยนั้น ยิ่งลำบากเลยล่ะ
แต่ก็มีหลายท่านที่เคยบอกผมว่าเขาชอบนั่งชั้นบนสุดกันนะครับ เพราะความเป็นส่วนตัวที่แทบไม่มีใครสามารถมารบกวนได้ จึงทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างสบายสุดๆ อันนี้ผมก็ว่าแล้วแต่คนชอบดีกว่า
สำหรับที่นอนนั้นจะมีหมอน มีผ้าห่มให้ ส่วนฟูกที่นอน แม้ว่าที่นอนแบบที่ผมจองมานั้นจะเป็นที่นอนแบบแข็งนั้น แต่ว่าผมไม่รู้สึกว่ามันแข็งเลยครับ ฟูกก็ใช้ได้ ไม่ได้นุ่มอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้แข็งแบบเป็นไม้กระดานครับ
และกระเป๋าสัมภาระนั้น เราสามารถวางไว้ทางชั้นที่อยู่เหนือทางเดิน หรือถ้าเต็มก็สามารถวางไว้ใต้โต๊ะตรงทางเดินก็ได้
ซึ่งถ้าไม่อยากนอนก็ลงมานั่งชมวิวสวยๆของเมืองจีนได้ครับ ตรงส่วนทางเดินปลายที่นอนนั้นก็จะมีโต๊ะเล็กๆ และมีเก้าอี้ที่เราสามารถพับมันลงมาเพื่อนั่งได้ แถมตรงนี้บางขบวนก็จะมีปลั๊กให้เราได้เสียบชาร์จแบตโทรศัพท์ตอนอยู่บนรถด้วยนะครับ
ระหว่างเดินทางก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินตรวจตราอยู่เป็นช่วงๆ ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยได้ไม่น้อย และจะมีของกินถูกนำมาขายกันอยู่ตลอด เรียกได้ว่าไม่ต้องกลัวที่จะหิวเลย

ในส่วนห้องน้ำนั้นเป็นห้องน้ำแบบนั่งยองนะครับ ความสะอาดจะสู้ห้องน้ำของรถไฟความเร็วสูงไม่ได้เลย และก็มีบริเวณให้เราได้ล้างหน้าแปรงฟัน และก็มีบริการน้ำร้อนให้เราได้ดื่ม ชงชา หรือต้มมาม่ากินระหว่างทาง มาม่านี่เป็นเมนูยอดนิยมของผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟเลยล่ะ
ส่วนที่ไม่ค่อยดีนั่นก็คือ ตรงจุดเชื่อมระหว่างตู้รถไฟจะเป็นที่สูบบุหรี่ ซึ่งก็จะมีคนมายืนสูบบุหรี่กัน และอาจจะมีกลิ่นจางๆเข้ามายังตู้โดยสารด้วย ในจุดนี้ถือว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ
พอถึงช่วงค่ำทางรถไฟก็จะปิดไฟมืดสนิท น่าจะช่วง 4 ทุ่มขึ้นไปนะครับ ก็ได้เวลานอนพักผ่อนกันแล้วครับ!
ถึงจุดหมายปลายทาง
หลังจากที่นอนหลับไปได้หลายชั่วโมง แม้จะถูกปลุกให้ตื่นหลายครั้งจากเสียงกรนของคุณลุงที่อยู่เตียงข้างๆ ตอนนี้รถไฟขบวนที่ผมนั่งมาก็ได้มาถึงยังจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ต้องขอบอกว่าถึงตรงตามที่แจ้งไว้เป๊ะๆเลย เพราะ ฉะนั้นถ้านัดใครไว้แล้ว และนั่งรถไฟมาล่ะก็ไม่ผิดนัดแน่นอน
สรุป ผมคิดว่าไม่เลวเลยสำหรับการนอนในรถไฟจีนแบบนี้ ใครมาจีนก็ต้องมาลองกันดูครับ
