มีสิ่งหนึ่งที่ผมนั้นอยากทำมาตั้งนานแสนนาน ตั้งแต่เริ่มมาอยู่เมืองจีนใหม่ๆ แต่ไม่มีโอกาสได้ทำสักที นั่นก็คือ การมาสัมผัสกำแพงเมืองจีนและได้ขึ้นปีนกันสักครั้ง นั่นก็เพราะกำแพงเมืองจีนนั้นจะถูกสร้างไว้ที่เมืองจีนทางฝั่งเหนือ ในขณะที่ผมเองนั้นทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในฝั่งจีนทางตอนใต้
ครั้งนี้การได้มายังกรุงปักกิ่งเดินทางด้วยรถไฟตู้นอนของจีนตามที่ได้เขียนรีวิวไว้ในโพสต์ที่แล้วนั้น ทำให้สิ่งที่ผมต้องมาทำให้ได้ คือ การมาเที่ยวที่กำแพงเมืองจีนครับ
ปีนกำแพงเมืองจีนที่ไหน?
กำแพงเมืองจีนหรือที่เรียกกันอีกชื่อนึงคือกำแพงหมื่นลี้ (万里长城) นั้นยาวมากๆ และไม่ได้สร้างยาวเป็นเส้นเดียว แต่แบ่งออกเป็นช่วงๆ โดยแต่ละช่วงนั้นอาจจะสร้างในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไปอีก และแต่ละช่วงนั้นก็อาจจะอยู่คนละมณฑลกันไปเลย จะเลือกปีนตรงไหนดีล่ะครับ

ผมเองไม่ได้วางแผนก่อนว่าจะไปปีนในช่วงไหน แต่ทราบอยู่ว่าในกรุงปักกิ่งนั้นก็มีอยู่หลายช่วงหรือหลายด่านให้เลือกปีน
เลือกด่านที่จะปีน
เมื่อเช็คอิน นำของเข้าห้องพักที่โรงแรมในปักกิ่ง หลังจากที่ต่อเน็ตไวไฟของโรงแรมแล้วนั้น ก็ได้เวลาค้นหาข้อมูลแล้วครับ ผมพบว่าแค่กรุงปักกิ่งก็มีกำแพงเมืองจีนถึง 8 ด่าน เยอะขนาดนี้เลยเหรอ
ปีนกำแพงเมืองจีนครั้งแรกนั้น ผมไม่อยากเลือกการปีนที่ยากลำบากหรืออันตรายนัก อยากได้ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงหน่อยและไม่ไกลจากกรุงปักกิ่งมากนัก จะได้เดินทางไปได้อย่างสะดวก สุดท้ายจึงเลือกกำแพงเมืองจีนด่านปาต๋าหลิ่งมานั่นเอง
รู้จักกับด่านปาต๋าหลิ่ง
ด่านปาต๋าหลิ่ง(八达岭) นั้น เป็นกำแพงเมืองจีนที่อยู่ห่างจากใจกลางกรุงปักกิ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือไปประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นด่านที่เรียกได้ว่ามีผู้เข้ามาปีนมากที่สุดในบรรดากำแพงเมืองจีนทั้งหมดนั่นเองครับ

ที่สำคัญไปกว่านี้ก็คือในอดีตมีแขกคนสำคัญของประเทศจีนก็เคยได้มาปีนกำแพงด่านปาต๋าหลิ่ง ริชาร์ด นิกสัน และภริยา, มากาเร็ต แทชเชอร์, ควีนอลิซาเบธที่ 2 เป็นต้นนะครับ
นอกจากนี้การปีนกำแพงเมืองจีนในด่านนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับมือใหม่เป็นอย่างมาก เพราะมันมีความชันที่ไม่มาก ไม่มีหน้าผา พื้นหินค่อนข้างเรียบ และยังมีรถกระเช้าอีกด้วยนะครับ อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวมือใหม่อย่างเราเป็นที่สุดเลยล่ะ
เดินทางมาด่านปาต๋าหลิ่งนี้ได้อย่างไร?
แม้จะมีวิธีการเดินทางมากำแพงเมือนจีนด่านนี้อยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการขับรถมาเอง โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง หรือนั่งรถประจำทางมา ซึ่งก็จะเสียเวลามากๆ
วิธีที่ประหยัดเวลาและพลังงานมากที่สุดเห็นจะเป็นการนั่งรถไฟความเร็วสูงมาครับ โดยจะใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาทีกว่าเท่านั้น และก็ถึงที่หมายโดยทันที ไม่ต้องรอใดๆ
กำแพงเมืองจีนบนแผนที่
Baidu Map: https://j.map.baidu.com/af/v6eg
Google Map: https://goo.gl/maps/ezu6BWiKf9n7Hra27
การนั่งรถไฟความเร็วสูงนั้น จะเป็นการนั่งช่วงเช้าจากสถานีปักกิ่งเหนือ (北京北站) ไปลงยังสถานีกำแพงเมืองจีนปาต๋าหลิ่ง (八达岭长城站) โดยจะมี 2 รอบในตอนเช้าคือ 8:43 น. และ 11:46 น. และจะมีอีกสถานีนึงที่จะขึ้นเพื่อไปยังกำแพงเมืองจีนนี้ได้คือ สถานีชิงเหอ(清河站) ที่มีเวลาในการเดินรถไปยังกำแพงเมืองจีนมากกว่าและสั้นกว่า แต่ผมไม่ค่อยแนะนำครับ เพราะค่อนข้างออกไปทางนอกเมือง แต่อันนี้แล้วแต่สะดวกเลย
เตรียมตัวก่อนเริ่มปีน
ถึงด่านแล้วให้นำพาสพอร์ตของเรามาซื้อตั๋วก่อนเลยนะครับ ในสมัยนี้เหมือนว่ากำแพงนี้จะจำกัดคนขึ้นในแต่ละวันด้วยนะครับ และที่จริงน่าจะจองออนไลน์ได้ด้วยล่ะ แต่ผมหาไม่เจอก็เลยมาซื้อตั๋วที่หน้าเคาเตอร์ (ยังไงกันพลาด ผมว่าให้หาวิธีการจองออนไลน์กันก่อนนะครับ) โดยราคาตั๋วจะอยู่ที่ หยวน หรือ บาท ซึ่งผมว่าไม่แพงเลยล่ะ สำหรับจุดท่องเที่ยวระดับนี้นะ
นอกจากนี้ให้เตรียมตัวเข้าห้องน้ำที่ด้านล่างไปให้เรียบร้อย ข้างบน(เหมือนจะ)ไม่มีห้องน้ำนะครับ เพราะฉะนั้นจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนขึ้นไป เพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลังนะครับผม
ที่สำคัญใครสูบบุหรี่ ก็ให้สูบไปให้เรียบร้อยก่อนนะ เพราะข้างบนกำแพงเมืองจีนนั้น ห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด เลยครับ!
ได้เวลาปีน
ความจริงการปีนกำแพงเมืองจีนนั่น มันก็คือ การเดินบนกำแพงนั่นแหละครับ เพราะกำแพงเมืองจีนนั้น ต่างจากพวก กำแพงบ้าน ที่มันมีความกว้าง ให้ทหารในอดีตสามารถประจำการอยู่ข้างบน คอยสอดส่องศัตรู ซึ่งการอยู่ในที่สูงกว่านั้นได้เปรียบมากกว่า
แต่สาเหตุที่เรียกว่าปีนกำแพงเมืองจีน(ภาษาจีน: 爬长城)นั่นก็เพราะว่า (ผมเดานะ) บางช่วงของกำแพงเมืองจีนนั้นค่อนข้างชัน เพราะสร้างอยู่บนเขา เราจึงต้องปีนขึ้นไปตามทางบนกำแพงนั่นเอง
แม้ด่านปาต๋าหลิ่งจะไม่ชันเท่าไหร่ แต่ก็ถือว่าต้องปีนขึ้นอยู่ดี และผมเคยค้นเล่นๆในกูเกิ้ลดูกำแพงเมืองจีนที่อื่นๆ ยิ่งกำแพงบางช่วงที่ไม่มีการดูแลเลยนั้น กำแพงเมืองจีนเรียกได้ว่า ทั้งชัน ทั้งอันตราย ก้าวพลาดอาจจะตกลงมาตายได้เลยครับ แต่กับด่านปาต๋าหลิ่งนี้นั้นจะปลอดภัยจึงเหมาะกับเราเป็นที่สุดเลย

ใครมาปีนกำแพงนี้ต้องฝึกกำลังขากันให้ดี โดยเฉพาะผู้ที่เข่าไม่ค่อยดี ก็ไม่ค่อยอยากจะแนะนำเท่าไหร่เลยครับ กำแพงเมืองจีนเส้นที่เราจะปีนนั้น จะแบ่งออกเป็นฝั่งเหนือที่ยาวกว่า และฝั่งใต้ มีป้อมสังเกตการณ์ตั้งอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งป้อมสังเกตการณ์ที่สูงที่สุดนั้นก็คือ ป้อมที่ 8 ทางฝั่งเหนือ (北八楼) ณ จุดนี้จะเป็นจุดที่รถกระเช้าขึ้นมาจอดครับ
ซึ่งวิวทิวทัศน์ที่มองจากกำแพงเมืองจีนนั้นสวยงามมากเลยครับ โดยแต่ละฤดูนั้นก็จะได้สัมผัสความสวยงามและบรรยากาศที่แตกต่างกันไปอีก เพราะฉะนั้นต่างช่วงเวลากัน เราก็สามารถมาได้อีกครับ
ที่จริงเมื่อเราปีนมาถึงจุดที่สูงที่สุด เราสามารถนั่งรถกระเช้า หรือนั่งสไลเดอร์ลงมาได้นะครับ แต่ไหนๆผมก็มาแล้ว ก็อยากจะปีนให้คุ้มๆ จุกๆ กันไปเลย ฮ่าๆ ก็เลยปีนทั่วเลยครับ เหนื่อยมาก ยังดีที่มีราวให้เราจับระหว่างปีนนะครับ (แต่ได้ยินว่าที่อื่นๆที่เขาไม่ได้บูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวจะไม่มีราวจับนะ)
สรุปการปีนกำแพง
การที่ผมได้มาปีนกำแพงเมืองจีนนั้น ตัวผมเองรู้สึกเหมือนกับได้สำเร็จหนึ่งในภารกิจของการท่องเที่ยวจีนของผมเลยล่ะ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ผมเองอยากทำมานานมากแล้ว และกำแพงเมืองจีนเองก็เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของประเทศจีนอีกด้วย

เพราะฉะนั้นการได้มาปีนเมืองจีนครั้งนี้ ก็สำเร็จดั่งที่ตั้งใจ เหมือนกับคำพูดของเหมาเจ๋อตุงที่พูดว่า “不到长城非好汉” ซึ่งมีความหมายว่า ไม่ถึงกำแพงเมืองจีน ไม่ใช่วีรบุรุษผู้กล้า นั่นเองครับ
